วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2562

บริษัทฯ เป็นกิจการเป็นตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ เนื่องด้วยตอนนี้มีโปรโมรชั่นโทรศัพท์มือถือ โครงการ TRADE IN นำโทรศัพท์เก่ามาแลกใหม่ โดยบริษัทฯ เป็น ตัวแทนในการดำเนินกิจการภายใต้โครงการเก่าแลกใหม่ ยังมีกฏหมายที่เกี่ยวข้องที่ทางบริษัทฯ ต้องนำพิจารณาประกอบหรือไม่ค่ะ

Inbox: พุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 22:09 น.
คุณ รัตน ตรัย
บริษัทฯ เป็นกิจการเป็นตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ เนื่องด้วยตอนนี้มีโปรโมรชั่นโทรศัพท์มือถือ โครงการ TRADE IN นำโทรศัพท์เก่ามาแลกใหม่ โดยบริษัทฯ เป็น ตัวแทนในการดำเนินกิจการภายใต้โครงการเก่าแลกใหม่ นี้ ดิฉันขอเรียนปรึกษาอาจารย์ เพื่อได้จัดทำด้วยความถูกต้องตามกฏหมายภาษีนะคะ
ยกตัวอย่าง ค่าโทรศัพท์ปกติราคา 15,000 บาท ลูกค้านำโทรศัทพ์มาแลก สมมตุตีเครื่องเก่านั้นราคาอยู่ระดับเกรด A มีส่วนลด 5,000 บาท ทางบริษัทฯ รับเงินจากลูกค้า 10,000 บาท ส่วน 5,000 บาท ทางบริษัทฯ นำเครื่องเก่ามา ให้บริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้รับซื้อจากโครงการนี้ โดยโอนเงินให้ในราคา ค่าโทรศํพท์เก่า 5,000 บาท บวก 3% ที่ทางบริษัทฯ เป็นผู้สนับสนุนและรับผิดชอบ รวมเป็น 5,150 บาท โดยไม่มียอดภาษีมูลค่าเพิ่ม
.............................................
ในส่วนทางบริษัท ฯ
ในการออกบิลใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีให้ลูกค้า นำ 15,000 - 5,000 บาท นำเงิน 10,000 บาท มานำส่งภาษี
ค่าโทรศัพท์ 1 เครื่อง..... = 15,000.00 บาท
หัก ส่วนลดค่าเครื่องเก่า. = 5,000.00 บาท
คงเหลือ...................... = 10,000.00 บาท
ยอดยังไม่รวมภาษี........ =....9,345.79 บาท
ภาษีมูลค่าเพิ่ม............. =...... 654.21 นาท
รับเงินจากลูกค้า........... = 10,000.00 บาท
หรือ
นำเงิน 15,000 บาท ถอดภาษีก่อน แล้วนำ ส่วนลดค่าเครื่องเก่า 5,000 บาท มาหักยอดทีหลัง
ค่าโทรศัพท์ 1 เครื่อง..... = 15,000.00 บาท
ยอดยังไม่รวมภาษี......... = 14,018.69 บาท
ภาษีมูลค่าเพิ่ม.............. =.......981.31 บาท
รวมเงิน....................... = 15,000.00 บาท
หัก ส่วนลดค่าเครื่องเก่า =....5,000.00 บาท
รับเงินจากลูกค้า.......... = 10,000.00 บาท
.....................................
และโครงการนี้ นอกจากวิธีการออกใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามที่ยกตัวอย่างมานี้แล้ว ยังมีกฏหมายที่เกี่ยวข้องที่ทางบริษัทฯ ต้องนำพิจารณาประกอบหรือไม่ค่ะ ดิฉันขอความเมตตาอาจารย์ ให้คำปรึกษาแนะนำ เพื่อใช้เป็นแนวทางการทำงาน ถูกต้องตามกฏหมายนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ
สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วิสัชนา:
กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการเป็นตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ เนื่องด้วยตอนนี้มีโปรโมรชั่นโทรศัพท์มือถือโครงการ TRADE IN นำโทรศัพท์เก่ามาแลกใหม่ โดยบริษัทฯ เป็นตัวแทนในการดำเนินกิจการภายใต้โครงการเก่าแลกใหม่ เช่น มูลค่าโทรศัพท์ปกติราคา 15,000 บาท ลูกค้านำโทรศัทพ์มาแลก สมมติตีราคาเครื่องเก่าในระดับเกรด A มีส่วนลด 5,000 บาท ทางบริษัทฯ รับเงินจากลูกค้า 10,000 บาท ส่วน 5,000 บาท ทางบริษัทฯ เป็นมูลค่าเครื่องโทรศัพท์เก่าที่นำมาขายให้บริษัทฯ โดย Supplier จะโอนเงินมาให้ในราคาค่าโทรศํพท์เก่า 5,000 บาท บวก 3% ที่ทางบริษัทฯ เป็นผู้สนับสนุนและรับผิดชอบ รวมเป็น 5,150 บาท โดยไม่มียอดภาษีมูลค่าเพิ่ม
ในการออกบิลใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีให้ลูกค้า ให้นำเงิน 15,000 บาท ถอดภาษีก่อน แล้วนำ ส่วนลดค่าเครื่องเก่า 5,000 บาท มาหักยอดทีหลัง ดังนี้
ค่าโทรศัพท์ 1 เครื่อง..... = 15,000.00 บาท
ยอดยังไม่รวมภาษี......... = 14,018.69 บาท
ภาษีมูลค่าเพิ่ม.............. =.......981.31 บาท
รวมเงิน....................... = 15,000.00 บาท
หัก ส่วนลดค่าเครื่องเก่า =....5,000.00 บาท
รับเงินจากลูกค้า.......... = 10,000.00 บาท

คำขอบคุณจากเพื่อนใน FB ท่านหนึ่ง "ขอบคุณครับ อ.จาร"

บันทึกไว้ "ขำ ขำ" (Humor) แต่ไม่ใช่การประจานนะครับ
คำขอบคุณจากเพื่อนใน FB ท่านหนึ่ง
"ขอบคุณครับ อ.จาร"
สุเทพ พงษ์พิทักษ์
"อ.จาร คือ อะไรครับ 555"
ได้รับคำตอบว่า...
"ผมนับถือเป็น อ.จาร ครับ ที่สละเวลามาค่อยตอบคำถาม ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลย"
สุเทพ พงษ์พิทักษ์
"อ. เป็นตัวย่อของคำว่า "อาจารย์"
จาร /จาน/
คำกริยา
1. ใช้เหล็กปลายแหลมเขียนตัวหนังสือ ลวดลาย หรือรอยลึกลงบนใบลาน หรือศิลา เป็นต้น.
"จารหนังสือ"
คำนาม
1. เรียกเหล็กปลายแหลมด้ามไม้กลมเรียบสำหรับเขียนลงบนใบลาน หรือศิลาว่า เหล็กจาร
ผมแซวเล่น ทราบดีแล้วครับว่าคืออะไร
อาจารย์ ต้องมี "ย์" ด้วยครับ" (ยิ้มอย่างอารมณ์ดี!!!)

บริษัทฯ มีเปิดบิลค่ารายได้งานวิจัย เดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 เมื่อมาตรวจเจอเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 นี้ การบันทึกบัญขี จะตั้งไว้เป็นเจ้าหนี้กรรมสรรพากร ในงบการเงินปี 2561 แล้วเบี้ยปรับเงินเพิ่มต้องบันทึกลงบัญชีในปี 2561 หรือเปล่าค่ะ (จะนำส่งภาษีขายในเดือนเมษายน พ.ศ. 2562) นี้ค่ะ

Inbox: เสาร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 15:43 น.
คุณ วีรวรรณ เถียรทวี
อาจารย์ค่ะรบกวนด้วยค่ะ เนื่องจากบริษัทฯ มีเปิดบิลค่ารายได้งานวิจัย เดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 เมื่อมาตรวจเจอเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 นี้ การบันทึกบัญขี จะตั้งไว้เป็นเจ้าหนี้กรรมสรรพากร ในงบการเงินปี 2561 แล้วเบี้ยปรับเงินเพิ่มต้องบันทึกลงบัญชีในปี 2561 หรือเปล่าค่ะ (จะนำส่งภาษีขายในเดือนเมษายน พ.ศ. 2562) นี้ค่ะ
สุเทพ พงษ์พิทักษ์ 
วิสัชนา:
กรณีบริษัทฯ มีเปิดบิลค่ารายได้งานวิจัย เดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 เมื่อมาตรวจเจอเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 นี้ การบันทึกบัญขี จะตั้งไว้เป็นเจ้าหนี้กรรมสรรพากร ในงบการเงินปี 2561 นั้น
1. ให้บริษัทฯ ยื่นแบบ ภ.พ.30 สำหรับเดือนภาษีมีนาคม พ.ศ. 2561 เพิ่มเติม (จะนำส่งภาษีขายในเดือนเมษายน พ.ศ. 2562) โดยเสียเบี้ยปรับตามมาตรา 89 (3) แห่งประมวลรัษฎากร เพียง 20% ของเบี้ยปรับจำนวน 1 เท่าของเงินภาษี และเงินเพิ่มตามมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตรา 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษี
2. สำหรับเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มต้องบันทึกลงบัญชีเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน คือ 2562 แต่ถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร

บริษัทฯ ทำธุรกิจหลายอย่าง ส่วนหนึ่งบริษัทรับบริการขนส่งสินค้าให้กับบริษัทในเครือ ซึ่งไม่ใช่สินค้าของกิจการ ค่าขนส่งดังกล่าวที่เกิดขึ้น บริษัทฯ ต้องออกบิลเรียกเก็บมีภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่ค่ะ

Inbox: พุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 16:34 น.
คุณ Pornnipa Wantawee
เรียนอาจารย์สุเทพที่เคารพ
บริษัทฯ ทำธุรกิจหลายอย่าง ส่วนหนึ่งบริษัทรับบริการขนส่งสินค้าให้กับบริษัทในเครือ ซึ่งไม่ใช่สินค้าของกิจการ ค่าขนส่งดังกล่าวที่เกิดขึ้น บริษัทฯ ต้องออกบิลเรียกเก็บมีภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่ค่ะ
ขอขอบพระคุณอาจารย์ล่วงหน้าค่ะ
สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วิสัชนา:
กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการหลายประเภท หนึ่งในนั้น คือ บริษัทฯ รับบริการขนส่งสินค้าให้กับบริษัทในเครือ ซึ่งไม่ใช่สินค้าของกิจการ นั้น
กรณีดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการรับจ้างขนส่ง ตามมาตรา 608 แห่งประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ และถือเป็นการให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร จึงได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1)(ณ) แห่งประมวลรัษฎากร ค่าขนส่งดังกล่าวที่เกิดขึ้น บริษัทฯ จึงไม่ต้องออกบิลเรียกเก็บมีภาษีมูลค่าเพิ่มจากบริษัทในเครือ แต่เมื่อบริษัทในเครือจ่ายค่าขนส่งที่มีจำนวนตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ในแต่ละคราว บริษัทฯ ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตรา 1%
อย่างไรก็ตาม มีข้อควรคำนึงเกี่ยวกับการนำรถยนต์ไปใช้ในการขนส่งนั้น หากเป็นรถยนต์ที่บริษัทฯ ใช้ในการประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม มิใช่รถยนต์ที่ใช้ในการรับจ้างขนส่งเป็นการเฉพาะ อาจมีประเด็นภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการประกอบกิจการให้บริการ ตามมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากนำทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ไปใช้ในกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะทำให้กลายเป็นเรื่องยากทันที

บริษัทฯ ประกอบกิจการเป็นนายหน้าจัดหาคนมาซื้อคอนโดให้กับบริษัทสร้างคอนโดขาย มีการโอนค่าจ้างทำการตลาดไปให้บริษัทที่ฮ่องกง ขอสอบถามว่า ❗️การโอนเงินไปครั้งนี้ต้องนำส่ง ภงด 54. หรือ ภพ 36 ด้วยหรือเปล่าค่ะ

Inbox: ศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 19:39 น.
คุณ ดาว ใหมจิตร
สวัสดีค่ะ อาจารย์ ขอสอบถามหน่อยนะค่ะ
บริษัทฯ ประกอบกิจการเป็นนายหน้าจัดหาคนมาซื้อคอนโดให้กับบริษัทสร้างคอนโดขาย รายได้ทั้งหมดของกิจการมาจากการเป็นนายหน้าทั้งหมด มีการทำการตลาด โดยการจ้างบริษัทในต่างประเทศอยู่ที่ฮ่องกงทำการตลาดให้ และมีการโอนค่าจ้างทำการตลาดไปให้บริษัทที่ฮ่องกง ขอสอบถามว่า ❗️การโอนเงินไปครั้งนี้ต้องนำส่ง ภงด 54. หรือ ภพ 36 ด้วยหรือเปล่าค่ะ
สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วิสัชนา:
กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการเป็นนายหน้าจัดหาคนมาซื้อห้องชุดในอาคารชุด (คอนโดมีเนียม) ให้กับบริษัทสร้างคอนโดมีเนียมขาย รายได้ทั้งหมดของกิจการมาจากการเป็นนายหน้าทั้งหมด มีการทำการตลาด โดยการจ้างบริษัทในต่างประเทศอยู่ที่ฮ่องกงทำการตลาดให้ และมีการโอนค่าจ้างทำการตลาดไปให้บริษัทที่ประเทศฮ่องกง นั้น
เนื่องจากค่าจ้างทำการตลาด เข้าลักษณะเป็น “กำไรจากธุรกิจ” ตามข้อ 7 แห่งความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากร ในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ (อนุสัญญาภาษีซ้อน ไทย - ฮ่องกง) ซึ่งยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทในประเทศฮ่องกง หากบริษัทแห่งประเทศฮ่องกง มิได้กระทำกิจการผ่านสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย
ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าทำการตลาดไปยังประเทศฮ่องกง จึงไม่มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.54) ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และหากการทำการตลาดดังกล่าว เป็นการหาลูกค้าในต่างประเทศ เข้าลักษณะเป็นการให้บริการในต่างประเทศ และได้ใช้บริการในต่างประเทศ บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร

การยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 ของสำนักงานใหญ่ ว่า สามารถยื่นแบบประเภทดังกล่าวภายในเดือนภาษีเดียวกัน ตามกรณีสมมุติด้านล่างนี้ได้มั้ยค่ะ

Inbox: พุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 21:28 น.
คุณ Khemisara Boonsing
เรียน ท่านอาจารย์สุเทพ ที่เคารพ
รบกวนสอบถามท่านอาจารย์ เกี่ยวกับการยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 ของสำนักงานใหญ่ ว่า สามารถยื่นแบบประเภทดังกล่าวภายในเดือนภาษีเดียวกัน ตามกรณีสมมุติด้านล่างนี้ได้มั้ยค่ะ
1. ยื่นแบบกระดาษ 
จำนวนเงินภาษี 100 บาท และ
2. ยื่นแบบทาง Internet
อีก 200 บาท
ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ
สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วิสัชนา:
กรณียื่น ภ.ง.ด.1 ฉบับปกติเป็นกระดาษ และยื่นแบบเพิ่มเติมทางอินเทอร์เน็ต เนื่องจากการยื่นแบบฉบับแรกไม่ได้บันทึกบนระบบ...ทำให้ ระบบไม่รับรู้ว่าได้ยื่นแบบ ปกติไว้แล้ว เมื่อผู้เสียภาษียื่นแบบเพิ่มเติมผ่านอินเทอร์เน็ตระบบจะรับรู้ว่าเป็นการยื่นแบบปกติ จึงรับแบบไว้ หากยื่นภายในกำหนดเวลา + 8 วัน
...แต่ เนื่องจาก ยื่นแบบฉบับปกติด้วยกระดาษ แบบ ที่ ยื่น เพิ่มเติมทางอินเตอร์จะถือว่าเป็นการยื่นแบบเพิ่มเติม หากยื่น เกินกำหนดเวลา ต้องเสียเงินเพิ่ม ร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือน ขอเงินภาษีที่ต้องชำระ
(ขอขอบคุณ คำตอบของอาจารย์ จิตติ โตวิวัฒน์ - กรมสรรพากร)
ดังนั้น หากยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 ทั้งสองประเภท ภายในกำหนดเวลาการยื่นรายการ คือ ในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
ก็ย่อมสามารถกระทำได้

ที่ทั้ง 2 แปลงไม่ได้ตัดออกจากงบการเงิน ทำการตรวจทะเบียนทรัพย์สินจึงทราบว่า ที่ดินได้มีการขายออกไปแล้ว จึงทำการปรับปรุงงบการเงิน ปี 2561 ตั๊กเลยอยากทราบว่า ตั้๊กต้องทำการยื่น ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม ปีไหนบ้างค่ะ

Inbox: ศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 21:35 น.
คุณ ศุชัญญา จั่นเพชร
สวัสดีค่ะ อาจารย์
พอดี ตั๊กมีขอสงสัยนะค่ะ ว่า บจ. มีที่ดิน 4 แปลง พร้อมบ้าน ตั้งแต่ ปี 2549 จดในรูปบริษัท ลงงบการเงิน คิดค่าเสื่อมแบบปกติ บ้านรวมที่ดิน ราคา 500,000 ทุกแปลง รวมบ้านที่ดิน 2,000,000 บาท ปี 2554 ขายที่ดิน ออก 1 แปลง มาปี 2557 ได้ทำการขายฝากที่ดินพร้อมบ้าน ราคา 1,000,000 บาท เวลา 6 เดือน ครบ 6 ทำการไถ่ถอน ในวันเดียวกันหลังจาก ไถ่ถอน ได้การขายฝากต่อ ในราคา 2,400,000 บาท และได้โดนยึดในปี 2558 ค่ะ โดยที่ทั้ง 2 แปลงไม่ได้ตัดออกจากงบการเงิน ทำการตรวจทะเบียนทรัพย์สินจึงทราบว่า ที่ดินได้มีการขายออกไปแล้ว จึงทำการปรับปรุงงบการเงิน ปี 2561 ตั๊กเลยอยากทราบว่า ตั้๊กต้องทำการยื่น ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม ปีไหนบ้างค่ะ แล้วยื่นปรับปรุง ภ.ง.ด.50 แล้ว อยากทราบต่อว่าการคำนวนเงินเพิ่ม ต้องคิดแบบไหนค่ะ (บจ.ได้รับอนุมัติ ลงบัญชีชุดเดียวไว้นะค่ะ )
ขอบคุณนะค่ะ
สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วิสัชนา:
กรณีบริษัทฯ มีที่ดินพร้อมบ้านจำนวน 4 แปลง ได้มาตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีปี 2549 บ้านรวมที่ดิน ราคา 500,000 ทุกแปลง รวมบ้านที่ดิน 2,000,000 บาท คำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาแบบปกติ (5% ของราคาบ้านไม่รวมที่ดิน)
รอบระยะเวลาบัญชีปี 2554 บริษัทฯ ได้ขายที่ดินพร้อมบ้าน 1 แปลง
ต่อมาในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2557 ได้ทำการขายฝากที่ดินพร้อมบ้านจำนวน 2 แปลง ราคา 1,000,000 บาท เวลา 6 เดือน ครบ 6 ทำการไถ่ถอน
ในวันเดียวกันหลังจากไถ่ถอน ได้การขายฝากต่อ ในราคา 2,400,000 บาท และได้โดนยึดในปีรอบระยะเวลาบัญชีปี 2558 โดยที่ทั้ง 2 แปลงไม่ได้ตัดออกจากงบการเงิน ทำการตรวจทะเบียนทรัพย์สินจึงทราบว่า ที่ดินได้มีการขายออกไปแล้ว จึงทำการปรับปรุงงบการเงิน ปี 2561 นั้น
บริษัทฯ ต้องทำการปรับปรุงแบบ ภ.ง.ด.50 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2557 ที่ทำการขายฝากรวม 2 ครั้ง
....ครั้งที่ 1 ขายฝากที่ดินพร้อมบ้านจำนวน 2 แปลง ราคา 1,000,000 บาท ถือว่าบริษัทฯ ได้ขายที่ดินจำนวน 2 แปลง ออกไปโดยนำมูลค่าอาคารหลังจากหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาบ้าน ส่วนที่เหลือ เป็นกำไรจาการขายที่ดินพร้อมบ้าน
....ครั้งที่ 2 ขายฝากที่ดินพร้อมบ้านจำนวน 2 แปลงเดิม ราคา 2,400,000 บาท ในวันเดียวกันหลังจากไถ่ถอน ถือว่ามีกำไรอีก 1,400,000 บาท
....ให้บริษัทฯ นำกำไรจากการขายที่ดินพร้อมบ้านทั้งสองครั้งมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2557
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้รับอนุมัติตามพระราชกำหนด ยกเว้นและสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2558 ตามมาตรการบัญชีชุดเดียวไว้แล้ว หากบริษัทฯ จะไม่ทำการปรับปรุงแบบ ภ.ง.ด.50 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2557 ก็ย่อมเป็นสิทธิของบริษัทฯ เพียงแต่ปรับปรุงกำไรสะสมสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2561 ให้ถูกต้อง เนื่องจาก กรมสรรพากรทวงถาม เฉพาะสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 เท่านั้น แต่ของบริษัทฯ เป็นรายการที่เกิดขึ้นก่อนรอบระยเวลาดังกล่าว ดังนี้
....“เพื่อให้สิทธิในการได้รับยกเว้นตามพระราชกำหนดฯ ดังกล่าว เป็นไปอย่างถูกต้องและครบถ้วน ขอให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งได้จดแจ้งต่อกรมสรรพากรตามพระราชกำหนดฯ ดำเนินการยื่นรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบ ภ.ง.ด.50 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 พร้อมชำระภาษี ภายในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2560”
(คำชี้แจงกรมสรรพากร เรื่อง การยกเว้นและสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร ตามกฎหมาย ว่าด้วยการยกเว้นและสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 7) ลงวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2560)