แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ต่างประเทศ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ต่างประเทศ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2562

บริษัทฯ ประกอบกิจการเป็นนายหน้าจัดหาคนมาซื้อคอนโดให้กับบริษัทสร้างคอนโดขาย มีการโอนค่าจ้างทำการตลาดไปให้บริษัทที่ฮ่องกง ขอสอบถามว่า ❗️การโอนเงินไปครั้งนี้ต้องนำส่ง ภงด 54. หรือ ภพ 36 ด้วยหรือเปล่าค่ะ

Inbox: ศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 19:39 น.
คุณ ดาว ใหมจิตร
สวัสดีค่ะ อาจารย์ ขอสอบถามหน่อยนะค่ะ
บริษัทฯ ประกอบกิจการเป็นนายหน้าจัดหาคนมาซื้อคอนโดให้กับบริษัทสร้างคอนโดขาย รายได้ทั้งหมดของกิจการมาจากการเป็นนายหน้าทั้งหมด มีการทำการตลาด โดยการจ้างบริษัทในต่างประเทศอยู่ที่ฮ่องกงทำการตลาดให้ และมีการโอนค่าจ้างทำการตลาดไปให้บริษัทที่ฮ่องกง ขอสอบถามว่า ❗️การโอนเงินไปครั้งนี้ต้องนำส่ง ภงด 54. หรือ ภพ 36 ด้วยหรือเปล่าค่ะ
สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วิสัชนา:
กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการเป็นนายหน้าจัดหาคนมาซื้อห้องชุดในอาคารชุด (คอนโดมีเนียม) ให้กับบริษัทสร้างคอนโดมีเนียมขาย รายได้ทั้งหมดของกิจการมาจากการเป็นนายหน้าทั้งหมด มีการทำการตลาด โดยการจ้างบริษัทในต่างประเทศอยู่ที่ฮ่องกงทำการตลาดให้ และมีการโอนค่าจ้างทำการตลาดไปให้บริษัทที่ประเทศฮ่องกง นั้น
เนื่องจากค่าจ้างทำการตลาด เข้าลักษณะเป็น “กำไรจากธุรกิจ” ตามข้อ 7 แห่งความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากร ในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ (อนุสัญญาภาษีซ้อน ไทย - ฮ่องกง) ซึ่งยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทในประเทศฮ่องกง หากบริษัทแห่งประเทศฮ่องกง มิได้กระทำกิจการผ่านสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย
ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าทำการตลาดไปยังประเทศฮ่องกง จึงไม่มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.54) ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และหากการทำการตลาดดังกล่าว เป็นการหาลูกค้าในต่างประเทศ เข้าลักษณะเป็นการให้บริการในต่างประเทศ และได้ใช้บริการในต่างประเทศ บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร

วันศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2562

บริษัทที่จดจัดตั้งในไทย ไปเข้าซื้อหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านโรงแรมในประเทศอังกฤษ สิงคโปร์ และออสเตรเลีย โรงแรมละ 50% จะมีภาระภาษีจากการรับรู้รายได้อย่างไร

Inbox: เสาร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 12:04 น.
คุณ Anne Sirirat
รบกวนขอเรียนสอบถามค่ะอาจารย์ กรณีบริษัทที่จดจัดตั้งในไทย ไปเข้าซื้อหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านโรงแรมในประเทศอังกฤษ สิงคโปร์ และออสเตรเลีย โรงแรมละ 50% จะมีภาระภาษีจากการรับรู้รายได้อย่างไรบ้างคะ และจะมีข้อ concern ด้านภาษีอากรอย่างอื่นด้วยหรือไม่คะ
ขอบคุณมากค่ะ

สุเทพ พงษ์พิทักษ์ 
วิสัชนา: 
ตามมาตรา 5 วีสติ แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2500 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 442) พ.ศ.2548 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย สำหรับเงินได้พึงประเมินที่เป็นเงินปันผลซึ่งได้รับจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 เป็นต้นไป ดังนี้ 
....“มาตรา 5 วีสติ ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย สำหรับเงินได้พึงประเมินที่เป็นเงินปันผลซึ่งได้รับจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
........(1) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดต้องถือหุ้นในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้จ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหกเดือนนับแต่วันที่ได้หุ้นนั้นมาจนถึงวันที่ได้รับเงินปันผล และ
........(2) เงินปันผลต้องมาจากกำไรสุทธิที่มีการเสียภาษีในประเทศของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้จ่ายเงินปันผล โดยอัตราภาษีดังกล่าวต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละสิบห้าของกำไรสุทธิ ทั้งนี้ ไม่ว่าประเทศของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้จ่ายเงินปันผลจะมีกฎหมายลดหรือยกเว้นภาษีสำหรับกำไรสุทธิให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นหรือไม่ก็ตาม”
ดังนั้น กรณีบริษัทที่จัดตั้งตามกฎหมายไทย ได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านโรงแรมในประเทศอังกฤษ สิงคโปร์ และออสเตรเลีย โรงแรมละ 50% หากบริษัทฯ ได้รับเงินปันผลจากการลงทุนในกิจการโรงแรงในทั้งสามประเทศดังกล่าว
1. ภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายของแต่ละประเทศ
....กรณีขึ้นอยู่กับกฎหมายภายในของแต่ละประเทศว่าบริษัทฯ ต้องถูกหักภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้ที่เป็นเงินปันผลที่ได้จากบริษัทที่ประกอบกิจการโรงแรมในแต่ละประเทศนั้น ว่าจะมีหรือไม่ ประการใด
2. ภาระภาษีเงินได้นิติบุคคล
....(1) หากเงินปันผลต้องมาจากกำไรสุทธิที่มีการเสียภาษีในประเทศของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้จ่ายเงินปันผล โดยอัตราภาษีดังกล่าวต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15 ของกำไรสุทธิ ทั้งนี้ ไม่ว่าประเทศของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้จ่ายเงินปันผลจะมีกฎหมายลดหรือยกเว้นภาษีสำหรับกำไรสุทธิให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นหรือไม่ก็ตาม โดยที่บริษัทฯ ได้ถือหุ้นในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้จ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับแต่วันที่ได้หุ้นนั้นมาจนถึงวันที่ได้รับเงินปันผล บริษัทฯ ย่อมได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินปันผลดังกล่าวมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทยอีก
....(2) กรณีบริษัทฯ ได้ลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัทที่ตั้งอยู่ในประเทศสาธารณรัฐสิงค์โปร์ อังกฤษ และออสเตรเลีย เป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อหวังเงินปันผลตอบแทน ซึ่งมีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ได้มาดังกล่าว และบริษัทฯ ได้บันทึกต้นทุนของเงินลงทุนเป็นเงินตราไทยตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่จ่ายเงินชำระค่าหุ้น ตามมาตรา 65 ทวิ (3) แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากบริษัทฯ ไม่มีภาระผูกพันเป็นเงินตราต่างประเทศที่เหลืออยู่ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทฯ จึงไม่ต้องปรับปรุงมูลค่าของเงินลงทุนหรือทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามมาตรา 65 ทวิ (5) วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากรสำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ประจำปีที่ลงทุน และให้บริษัทฯ ใช้มูลค่าหุ้น ณ วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีที่คำนวณมาจากรอบระยะเวลาบัญชีปีก่อน ในการบันทึกเงินลงทุนซื้อหุ้นดังกล่าวในรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน โดยไม่ต้องคำนวณค่าหรือราคาเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยอีกแต่อย่างใด (อนุโลมตามแนวคำตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0706/2050 ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2549)
http://www.rd.go.th/publish/30957.0.html