แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาษีอากร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาษีอากร แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2562

ที่ทั้ง 2 แปลงไม่ได้ตัดออกจากงบการเงิน ทำการตรวจทะเบียนทรัพย์สินจึงทราบว่า ที่ดินได้มีการขายออกไปแล้ว จึงทำการปรับปรุงงบการเงิน ปี 2561 ตั๊กเลยอยากทราบว่า ตั้๊กต้องทำการยื่น ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม ปีไหนบ้างค่ะ

Inbox: ศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2562 เวลา 21:35 น.
คุณ ศุชัญญา จั่นเพชร
สวัสดีค่ะ อาจารย์
พอดี ตั๊กมีขอสงสัยนะค่ะ ว่า บจ. มีที่ดิน 4 แปลง พร้อมบ้าน ตั้งแต่ ปี 2549 จดในรูปบริษัท ลงงบการเงิน คิดค่าเสื่อมแบบปกติ บ้านรวมที่ดิน ราคา 500,000 ทุกแปลง รวมบ้านที่ดิน 2,000,000 บาท ปี 2554 ขายที่ดิน ออก 1 แปลง มาปี 2557 ได้ทำการขายฝากที่ดินพร้อมบ้าน ราคา 1,000,000 บาท เวลา 6 เดือน ครบ 6 ทำการไถ่ถอน ในวันเดียวกันหลังจาก ไถ่ถอน ได้การขายฝากต่อ ในราคา 2,400,000 บาท และได้โดนยึดในปี 2558 ค่ะ โดยที่ทั้ง 2 แปลงไม่ได้ตัดออกจากงบการเงิน ทำการตรวจทะเบียนทรัพย์สินจึงทราบว่า ที่ดินได้มีการขายออกไปแล้ว จึงทำการปรับปรุงงบการเงิน ปี 2561 ตั๊กเลยอยากทราบว่า ตั้๊กต้องทำการยื่น ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม ปีไหนบ้างค่ะ แล้วยื่นปรับปรุง ภ.ง.ด.50 แล้ว อยากทราบต่อว่าการคำนวนเงินเพิ่ม ต้องคิดแบบไหนค่ะ (บจ.ได้รับอนุมัติ ลงบัญชีชุดเดียวไว้นะค่ะ )
ขอบคุณนะค่ะ
สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วิสัชนา:
กรณีบริษัทฯ มีที่ดินพร้อมบ้านจำนวน 4 แปลง ได้มาตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีปี 2549 บ้านรวมที่ดิน ราคา 500,000 ทุกแปลง รวมบ้านที่ดิน 2,000,000 บาท คำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาแบบปกติ (5% ของราคาบ้านไม่รวมที่ดิน)
รอบระยะเวลาบัญชีปี 2554 บริษัทฯ ได้ขายที่ดินพร้อมบ้าน 1 แปลง
ต่อมาในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2557 ได้ทำการขายฝากที่ดินพร้อมบ้านจำนวน 2 แปลง ราคา 1,000,000 บาท เวลา 6 เดือน ครบ 6 ทำการไถ่ถอน
ในวันเดียวกันหลังจากไถ่ถอน ได้การขายฝากต่อ ในราคา 2,400,000 บาท และได้โดนยึดในปีรอบระยะเวลาบัญชีปี 2558 โดยที่ทั้ง 2 แปลงไม่ได้ตัดออกจากงบการเงิน ทำการตรวจทะเบียนทรัพย์สินจึงทราบว่า ที่ดินได้มีการขายออกไปแล้ว จึงทำการปรับปรุงงบการเงิน ปี 2561 นั้น
บริษัทฯ ต้องทำการปรับปรุงแบบ ภ.ง.ด.50 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2557 ที่ทำการขายฝากรวม 2 ครั้ง
....ครั้งที่ 1 ขายฝากที่ดินพร้อมบ้านจำนวน 2 แปลง ราคา 1,000,000 บาท ถือว่าบริษัทฯ ได้ขายที่ดินจำนวน 2 แปลง ออกไปโดยนำมูลค่าอาคารหลังจากหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาบ้าน ส่วนที่เหลือ เป็นกำไรจาการขายที่ดินพร้อมบ้าน
....ครั้งที่ 2 ขายฝากที่ดินพร้อมบ้านจำนวน 2 แปลงเดิม ราคา 2,400,000 บาท ในวันเดียวกันหลังจากไถ่ถอน ถือว่ามีกำไรอีก 1,400,000 บาท
....ให้บริษัทฯ นำกำไรจากการขายที่ดินพร้อมบ้านทั้งสองครั้งมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2557
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้รับอนุมัติตามพระราชกำหนด ยกเว้นและสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2558 ตามมาตรการบัญชีชุดเดียวไว้แล้ว หากบริษัทฯ จะไม่ทำการปรับปรุงแบบ ภ.ง.ด.50 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2557 ก็ย่อมเป็นสิทธิของบริษัทฯ เพียงแต่ปรับปรุงกำไรสะสมสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2561 ให้ถูกต้อง เนื่องจาก กรมสรรพากรทวงถาม เฉพาะสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 เท่านั้น แต่ของบริษัทฯ เป็นรายการที่เกิดขึ้นก่อนรอบระยเวลาดังกล่าว ดังนี้
....“เพื่อให้สิทธิในการได้รับยกเว้นตามพระราชกำหนดฯ ดังกล่าว เป็นไปอย่างถูกต้องและครบถ้วน ขอให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งได้จดแจ้งต่อกรมสรรพากรตามพระราชกำหนดฯ ดำเนินการยื่นรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบ ภ.ง.ด.50 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 พร้อมชำระภาษี ภายในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2560”
(คำชี้แจงกรมสรรพากร เรื่อง การยกเว้นและสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร ตามกฎหมาย ว่าด้วยการยกเว้นและสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 7) ลงวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2560)

กฏหมายงดเบี้ยปรับเงินเพิ่ม ถ้าบริษัทฯ ตอนนี้อยู่ในฐานะ เป็นผู้ถูกพิทักษ์ สามารถใช้สิทธิ์นี้ได้ไหมค่ะ

Inbox: ศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 13:05 น.
คุณ Laila Laila
รบกวนขอสอบถามค่ะ ที่กฏหมายงดเบี้ยปรับเงินเพิ่ม ถ้าบริษัทฯ ตอนนี้อยู่ในฐานะ เป็นผู้ถูกพิทักษ์ สามารถใช้สิทธิ์นี้ได้ไหมค่ะ
ถ้าจดแจ้งแล้วต้องชำระเงินเลยไหมค่ะ สำหรับบริษัททั่วไป
สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วิสัชนา:
ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติยกเว้นเบี้ยปรับ เงินเพิ่มภาษีอากร และความรับผิดทางอาญา เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2562 กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จะได้รับยกเว้นเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มไว้ดังนี้
....“มาตรา 5 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จะได้รับยกเว้นเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มตามมาตรา 4 ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
........(1) มีรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้าย ซึ่งมีกำหนดครบสิบสองเดือน โดยวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดก่อนหรือในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561 ไม่เกินห้าร้อยล้านบาท ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร
........(2) ได้มีการยื่นรายการภาษีเงินได้สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตาม (1) ไว้แล้วก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
........(3) ไม่เป็นผู้ออกใบกำกับภาษีหรือผู้ใช้ใบกำกับภาษีที่กรมสรรพากรได้ร้องทุกข์ต่อพนักงาน สอบสวนว่าได้มีการกระทำความผิดอาญาเกี่ยวกับใบกำกับภาษีตามประมวลกฎหมายอาญาไว้แล้วก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ”
ดังจะเห็นได้ว่า กรณีบริษัทฯ อยู่ระหว่างพิทักษ์ทรัพย์ตามกฎหมายล้มละลาย ไม่เข้าลักษณะต้องห้างตามกฎหมายดังกล่าว จึงเห็นว่า บริษัทฯ สามารถขอจดแจ้งเพื่อใช้สิทธิตามกฎหมายดังกล่าวได้ แต่จะทำได้เพียงใด ขึ้นอยู่กับกฎหมายล้มละลาย และข้อเท็จจริงอื่นที่เกี่ยวข้อง
สำหรับบริษัททั่วไป ถ้าจดแจ้งแล้วต้องชำระภาษีอากรภายในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2562 ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติยกเว้นเบี้ยปรับ เงินเพิ่มภาษีอากร และความรับผิดทางอาญา เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2562 และต้องปฏิบัติตามมาตรา 7 แห่งกฎหมายดังกล่าว ดังต่อไปนี้
...."มาตรา 6 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จะได้รับยกเว้นเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มตามมาตรา 4 ต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้
........(1) ลงทะเบียนต่อกรมสรรพากรภายในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด
........(2) ยื่นแบบแสดงรายการภาษีอากรหรือยื่นขอเสียอากรเป็นตัวเงิน พร้อมทั้งชำระภาษีอากร ที่ยังไม่ได้ชำระ หรือยังชำระไม่ครบถ้วนทั้งจำนวน ภายในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้
.............(ก) ภาษีเงินได้สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลของรอบระยะเวลาบัญชีที่่มีวันเริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2560
.............(ข) ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับรายรับประจำเดือนภาษีตั้งแต่เดือน มกราคม พ.ศ. 2559 จนถึงเดือนภาษีก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
.............(ค) อากรแสตมป์ สำหรับตราสารที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดให้ชำระอากรเป็นตัวเงินแทน การปิดแสตมป์อากร ซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559 จนถึงวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
........(3) ยื่นแบบแสดงรายการภาษีอากรทุกประเภทตามประมวลรัษฎากรที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีหน้าที่หักหรือนำส่ง สำหรับธุรกรรมที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 จนถึงวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ พร้อมทั้งนำส่งภาษีอากรที่ยังไม่ได้นำส่ง หรือยังนำส่งไม่ครบถ้วน ทั้งจำนวน ภายในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2562
....มาตรา 7 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับยกเว้นเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มตามมาตรา 4 ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี แบบนำส่งภาษี และแบบขอเสียอากรเป็นตัวเงิน สำหรับภาษีอากรทุกประเภท ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากรผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้ครบถ้วน สำหรับ การยื่นแบบตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เว้นแต่ มีเหตุอันสมควรตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้หมดสิทธิได้รับยกเว้นเบี้ยปรับ หรือเงินเพิ่มตามมาตรา 4 และให้กรมสรรพากรดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร ที่เกี่ยวข้องต่อไป"